9 ข้อรู้จักประชามติ (ฉบับง่าย) ก่อนออกเสียง 7 สิงหา 59

9 ข้อรู้จักประชามติ (ฉบับง่าย) ก่อนออกเสียง 7 สิงหา 59

180670

1. ประชามติ คืออะไร
ประชามติ คือ การนำประเด็นหรือเรื่องที่สำคัญ ที่มีผลกระทบกับประชาชนจำนวนหนึ่งหรือทั้งประเทศ เช่น ร่างรัฐธรรมนูญ หรือนโยบายที่สำคัญของประเทศ ให้ประชาชนพิจารณาและแสดงความคิดเห็น โดยการให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในประเด็นนั้นๆ ตามหลักคือ ร่วมคิด ร่วมพิจารณา และร่วมกันตัดสินใจ

2. ประชามติ VS ประชาพิจารณ์
การออกเสียงประชามติ จะต้องมีการลงคะแนนออกเสียงเพื่อหามติของประชาชนในเรื่องสำคัญนั้นๆ ส่วนประชาพิจารณ์ เป็นเพียงการรับความเห็นของประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องนั้นๆ ก่อนที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีคำสั่ง หรือดำเนินการใดๆ

3. หลักสำคัญของประชามติ
1) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และกระทบต่อประโยชน์ชาติและประชาชน
2) เป็นเรื่องที่มีความชัดเจนเพียงพอ
3) ผู้มีสิทธิออกเสียงมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
4) มีการลงคะแนนออกเสียงอย่างอิสระโดยตรงและลับ
5) นำผลการออกเสียงไปดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชน

4. ประชามติในไทย
– รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2492, พ.ศ. 2511, พ.ศ. 2517
กำหนดให้ออกเสียงประชามติเฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ไม่มีการออกเสียงตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว)
– รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540
กำหนดให้ออกเสียงประชามติในเรื่องที่อาจกระทบถึงผลประโยชน์ของชาติหรือประชาชน (ไม่มีการออกเสียงตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว)
– 19 สิงหาคม 2550
มีการออกเสียงให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ทั้งฉบับ ซึ่งได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549

5. ใครบ้างต้องไป…??
บุคคลสัญชาติไทยที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ ง่ายๆ คือคนที่เกิดไม่เกิน 7 สิงหาคม พ.ศ. 2541 ก็สามารถออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงได้
6. ออกเสียง 2 เรื่อง
การลงประชามติคราวนี้ ออกเสียง 2 เรื่อง หรือจะเรียกว่า 2 คำถามก็ได้ คำถามแรกคือ “ให้ความเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธ์ ทั้งฉบับ” และคำถามที่สองคือ ให้ความเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ประเด็นเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่า “เห็นชอบหรือไม่ ให้ ส.ว.แต่งตั้งร่วมกับ ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรีในระหว่าง 5 ปีแรกของรัฐธรรมนูญนี้”
7. ช่องทางออกเสียงมติ
1) ที่ออกเสียงปกติ คือสถานที่ที่กำหนดให้ผู้ออกเสียง ซึ่งมีชื่อในทะเบียนบ้านของหน่วยออกเสียงที่ใช้ในการลงคะแนนออกเสียง เช่น วัด โรงเรียน เพื่อให้สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงได้ง่าย
2) ที่ออกเสียงบุคคลพิเศษ คือ สถานที่ที่ กกต.กำหนดให้สำหรับกลุ่มบุคคลพิเศษ อย่างคนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ (ที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม) ใช้ออกเสียง โดย กกต.จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนสำหรับกลุ่มบุคคลพิเศษนี้
3) ที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด คือ สถานที่สำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีถิ่นที่อยู่นอกจังหวัด ที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ถิ่นที่อยู่นอกเขตออกเสียง) หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดเป็นเวลาน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันออกเสียง ใช้ในการออกคะแนนเสียง
สำหรับข้อ 2) และ 3) ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย 30 วัน ถึงจะไปออกเสียงที่อื่นได้ แต่ตอนนี้ล่วงเลยเวลามาแล้วจ้า
8. ขั้นตอนลงคะแนน
1) ยื่นหลักฐานการแสดงตนด้วยบัตรประชาชน / บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ / บัตร หรือหลักฐานทางราชการอื่นๆ
2) ลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง
3) รับบัตรออกเสียง
4) เข้าคูหากากบาทในบัตรออกเสียง ‘เห็นด้วย’ หรือ ‘ไม่เห็นด้วย’ ในช่องทำเครื่องหมายสี่เหลี่ยม ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นเพิ่มเติมของ สนช.
5) เมื่อลงคะแนนเสร็จ หย่อนบัตรออกเสียงใส่ลงในหีบด้วยตนเอง
9. เวลาออกเสียง
ย้ำกันอีกที เวลาที่เริ่มออกเสียงประชามตินั้น คูหาลงคะแนนจะเริ่มเปิดเวลา 08.00 น. และจะปิดในเวลา 16.00 น.
เอาล่ะ…รู้เรื่องกันแล้ว รีบวางแผนเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ วันอาทิตย์นี้ 7 สิงหาคม 2559 อย่าลืมออกไปใช้สิทธิลงประชามติกันนะครับ

ปชส. ศรส. ปต.ภ5

Advertisements